Equities


บริการตัวแทนนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์

ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะทําให้ลูกค้าวางใจให้ AECS ดูแลทุกเรื่องการลงทุน เรามีความพร้อมในเรื่องการให้บริการตัวแทน นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยบุคลากรที่มีความสามารถ และมีประสบการณ์ในการให้คําแนะนําการลงทุนในหลักทรัพย์ ให้ตรงตามทุกวัตถุประสงค์การลงทุนที่แตกต่างกัน อีกทั้ง AECS ยังมีบทวิเคราะห์ที่ครอบคลุม เพื่อเป็นเครื่องมือ ช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจในการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประเภทบัญชีของเรา

  1. บัญชีเงินสดแบบมีหลักประกัน (Cash)

    บัญชีเงินสดแบบมีหลักประกัน (Cash) เป็นบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลูกค้ามีอำนาจซื้อได้ตามวงเงินซึ่งพิจารณาจาก หลักฐานการเงินที่นำมาแสดง ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯกำหนดและกำหนดให้ฝากหลักประกันเป็นเงินสดหรือหลักทรัพย์ มีมูลค่าเป็น 20% ของวงเงินที่สามารถซื้อได้ (ตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีผลตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2556) ทั้งนี้ เงินวางหลักประกันที่ลูกค้าฝากไว้กับบริษัทฯจะได้รับดอกเบี้ย (อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นไปตามประกาศ ของบริษัทฯ) ซึ่งการชำระเงินค่าซื้อหลักทรัพย์นั้นกำหนดให้ชำระภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ซื้อ (T+3) โดยการตัดเงินผ่านบัญชีธนาคารอัตโนมัติ (ATS) และกรณีรับเงินค่าขายหลักทรัพย์นั้น ลูกค้าจะได้รับชำระในวันทำการที่ 3 นับจากวันที่ขายโดยผ่านบัญชีธนาคารอัตโนมัติดังกล่าวเช่นกัน อนึ่ง บัญชีประเภทเงินสดแบบมีหลักประกันนี้ ลูกค้าจะได้รับ คืนอำนาจซื้อก็ต่อเมื่อบริษัทฯได้รับการชำระค่าซื้อหลักทรัพย์จากลูกค้าแล้ว

  2. บัญชีเงินสดแบบมีหลักประกันชําระราคา (Cash Balance)

    เป็นบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลูกค้ามีอํานาจซื้อได้ ตามจํานวนเงินสดที่ฝากไว้กับบริษัทฯทั้งจํานวน โดยเงินวาง หลักประกันที่ลูกค้าฝากไว้กับบริษัทฯจะได้รับดอกเบี้ยเช่นเดียวกันกับบัญชีเงินสดแบบมีหลักประกัน อนึ่ง บัญชีประเภท เงินสดแบบมีหลักประกันชําระราคานี้ลูกค้าจะมีอํานาจซื้อเพิ่มได้ก็ต่อเมื่อลูกค้าได้นําฝากหลักประกันเงินสดเพิ่มเติม แล้วเท่านั้น

  3. บัญชีเงินกู้ยืมเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ (Credit Balance)

    เป็นบัญชีที่ลูกค้าสามารถกู้ยืมเงินเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์โดยที่ลูกค้าต้องนําเงินสด หรือหลักทรัพย์จดทะเบียน มาวางเป็นหลักประกันการชําระหนี้กับบริษัทฯ ก่อนซื้อหลักทรัพย์ตามอัตราส่วนของหลักประกันเริ่มแรกขั้นต่ํา (Initial Margin Rate: IM) ที่บริษัทกําหนด ทั้งนี้บริษัทฯจะมีการคํานวนมูลค่าหลักประกันทุกวัน หากมูลค่าหลักทรัพย์ดังกล่าวลด ลงแล้วทําให้สัดส่วนมูลค่าหลักประกันของลูกค้าต่ำกว่าเกณฑ์รักษาสภาพ ( Maintenance Margin Rate : MM) ที่ กําหนด ลูกค้าจะถูกเรียกให้วางหลักประกันเพิ่มเติมให้มูลค่าหลักประกันอยู่ที่ระดับ MM ดังกล่าว หรือถูกบังคับให้ขาย หลักประกัน (Force Sell) หากลูกค้าไม่นําเงินมาวางเป็นหลักประกันเพิ่มเติม